หน้าหลัก
ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลสถานีตรวจวัดอากาศ
รายงานอุตุนิยมวิทยา
รายงาน ปี 2544-2549
รายงาน ปี 2550-2556 
รายงาน ปี 2558-ปัจจุบัน
ความสำคัญและที่มาของปัญหา

             สถานีตรวจวัดอากาศแบบเดิมที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ทำการจดบันทึกข้อมูลทุกๆ วัน ๆ ละ 2 เวลา คือเช้า 7.00 น. และบ่าย 15.00 น. มักจะประสบกับปัญหาได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง อีกทั้งกว่าจะได้ข้อมูลมาใช้งานต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ปริมาณข้อมูลที่จัดเก็บได้ก็ไม่ได้ละเอียดเพียงพอต่อการที่จะนำมาใช้วิเคราะห์งานระดับลึกๆ ได้ ทางออกของปัญหานี้คงต้องแก้ได้โดยใช้ระบบตรวจวัดอากาศแบบใหม่ ที่สามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียด และสามารถส่งข้อมูลได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติและต่อเนื่องทันต่อเหตุการณ์ แต่เนื่องจากอุปกรณ์อัตโนมัติเหล่านี้มีราคาแพงมากเพราะจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ และการทำงานก็ไม่ได้ตรงกับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ มูลนิธิโครงการหลวงโดยศูนย์สารสนเทศฯ จึงได้ประสานงานกับ คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยภาควิชาปฐพีศาสตร์และอนุรักษ์ศาสตร์ จัดทำโครงการสร้างสถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติราคาประหยัด เพื่อสร้างเครื่องต้นแบบ เป็นแนวทางในการติดตั้งให้กับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทั้ง 38 แห่ง ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ โดยใช้อุปกรณ์การตรวจวัดที่จัดทำขึ้นเองทุกชิ้น เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพทำงานได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ในราคาประหยัด




แนวทางการทำงาน 
  1. ตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม และทิศทางลม
  2. ใช้อุปกรณ์ตรวจวัดราคาประหยัดจากการสร้างเอง
  3. บันทึกค่าข้อมูลทุกๆ 30 นาที
  4. ส่งข้อมูลเข้าสู่ส่วนกลางโดยอัตโนมัติ
  5. สามารถเรียกใช้ข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วจากระบบอินเทอร์เน็ต

 





 


ศูนย์สารสนเทศ มูลนิธิโครงการหลวง
Created: September 2007 | Last update: 5 November 2012